Krungsri Securities
2.54K subscribers
11.5K photos
21 videos
14 files
2.8K links
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำของประเทศ ซึ่งดำเนินธุรกิจในการให้บริการทางด้านผลิตภัณฑ์การเงินและการลงทุนอย่างมีคุณภาพทั้งลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ
Download Telegram
KSS Alpha Espresso วันที่ 28 ต.ค. 26

แกว่งตัวรอผลประชุมธนาคารกลางและงบหุ้น Tech สหรัฐฯ

คาด SET วันนี้ “แกว่งในกรอบ ” แนวต้าน 1,586/1,590 จุด แนวรับ 1,570/1,565 จุด

แม้ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นต่อเนื่องระยะหลัง วานนี้ปรับลงเฉลี่ย -1.75% นอกจากการเจรจาสหรัฐฯ – อิหร่านที่นำโดยประเทศตัวกลาง เป็นครั้งแรกที่นาย “โมจตาบา คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ขอให้รัฐบาลเดินหน้าเจรจาสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม แต่ยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขอิหร่าน และท่าทีปธน. Trump ยังไม่แน่นอน ขณะที่ตลาดรอติดตามผลประชุมธนาคารกลางหลายแห่งช่วงกลางสัปดาห์ จุดหลัก คือ การประชุม Fed เราให้น้ำหนักคงดอกเบี้ย แต่น่าจะส่งสัญญาณระมัดระวัง (Hawkish) และกำไร 3Q26 ของหุ้น Tech สหรัฐฯ ส่วนภายในวันนี้กลางๆ ฝั่งบวก คือ ภาพแรงส่งการลงทุนเด่น ทั้งการประชุม กนง. คาดยังคงดอกเบี้ย และมองโทนบวกต่อพัฒนาการเศรษฐกิจไทย ผสาน บอร์ด Data Center ผลประชุมชัดเจนโครงการเดิมเดินหน้าลงทุนต่อ ส่วนโครงการใหม่จะอยู่บนเกณฑ์ขั้นต่ำและแต่ละโครงการต้องแข่งขันกันด้านผลประโยชน์ส่งผ่านให้ภายใน ส่วนภาพลบเล็กน้อยอยู่ที่แม้ต่างชาติยังเร่งซื้อหุ้น 5 วันติด แต่ยอดซื้อเริ่มบางลง และกำไร 3Q26 ของ DELTA ที่ต่ำกว่าคาดจากมาร์จิ้น แต่ยอดขายยังเด่น +42%y-y จากแรงส่ง AI สะท้อน Demand แข็งแกร่งและเป็นช่องทางที่ช่วยส่งผ่านแรงกดดันต้นทุนระยะถัดไปได้

หุ้นธีมเด่นวันนี้

1) หุ้นธีมลงทุน ไฟฟ้า ธนาคาร KTB, KBANK นิคม WHA รับเหมา STECON, PYLON

2) หุ้นได้ประโยชน์ราคาน้ำมันปรับลง อาทิ ไฟฟ้า GULF, GPSC, BGRIM การบิน AOT, BA

3) หุ้นคาดรายงานกำไร 3Q26F ออกมาดี PTTGC, PTT, TOP, SCC (ตั้งรับ) COM7, AOT, BDMS, KCE, HANA (กลุ่มชิ้นส่วนฯ รอตั้งรับ)

KSS Alpha Espresso Picks : AOT (กำไรงวดบัญชี 4Q26F เด่นจากการปรับเพิ่มค่า PSC), PTTGC (กำไรดีกว่าคาดเดิม), GULF (น้ำมันลง+กำไร 3Q26F +24%y-y)

Key Factors :

☀ (*) War/Oil น้ำมันดิบปรับลงเฉลี่ย -1.75% หลัง “โมจตาบา คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ขอให้รัฐบาลเดินหน้าเจรจาสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม ภายใต้เงื่อนไขอิหร่านกำหนด ขณะที่ท่าที ปธน. Trump ไม่แน่นอน เป็นกลางสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่บวกอ่อนๆ ต่อหุ้น Anti-Commodities อาทิ การบิน โรงไฟฟ้า รับเหมา วัสดุฯ

☀ (*) Flows: ต่างชาติซื้อหุ้นไทย 5 วันต่อกัน แต่ชะลอลงจาก 3 วันก่อนหน้า ขณะที่สลับ Net Short TFEX -8,531 สัญญา จิตวิทยาบวกอ่อนๆหุ้น Big cap

☀ (*/-) 3Q26 Earnings: กำไร 3Q26 วานนี้ ผสมผสาน DELTA ต่ำกว่าคาดจากมาร์จิ้น โดยยอดขายยังแข็งแกร่ง หนุนโอกาสผลักภาระต้นทุนผ่านการปรับเพิ่มราคา คาดภาพหลักการฟื้นตัวระยะถัดไปเดินหน้า กลยุทธ์รอตั้งรับ ขณะที่ SCGP และ GLOBAL ดีกว่าคาด อย่างไรก็ตาม โดยรวมเป็นลบเล็กน้อยตลาดอิง DELTA ที่มีน้ำหนักใน SET 15.1%

☀ (*/+) Investment: หุ้นในธีมลงทุนมีแรงส่งทางบวก 1) คาดผลประชุม กนง. วันนี้ (28 ต.ค.) ยังคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% 2) ผลประชุมบอร์ด Data Center วานนี้ ข้อสรุป คือ โครงการที่ได้ใบอนุญาตเดินหน้าต่อ ส่วนโครงการที่ยังไม่มีใบอนุญาต ให้ลงทุนตามเกณฑ์ต่ำ ผสานนำเสนอข้อเสนอที่ดีสุด โดยมี Catalsyst ถัดไป คือ การเสนอ ครม. ระยะถัดไป ประเมินความชัดเจนสร้างจิตวิทยาทางบวกหุ้นธีมลงทุน ธนาคาร ไฟฟ้า นิคม รับเหมา

☀ (*) To Monitor : 1)สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน 2)งบ Tech สหรัฐ 28 ต.ค. Alphabet, Microsoft 3) ผลประชุม Fed (ไทยทราบผล 29 ต.ค.) คาดคงดอกเบี้ย แต่ส่งสัญญาณ Hawkish (Hawkish Hold) 4) งบ บจ. ไทย 28 ต.ค. SCC

#KSS #Research
❤1
📊🔍Technical Focus 28 ตุลาคม 2569
 
คาดการณ์แนวโน้ม SET INDEX วันนี้ :  “ผันผวนในกรอบ มีแนวต้าน 1,586 / 1,590 วางแนวรับ 1,570 / 1,561” กราฟ SET ยังแกว่งขึ้นไม่ผ่านเส้น EMA 50 วัน แต่ยังปิดเหนือแนวเส้นค่าเฉลี่ย EMA 5,10 วันได้ ในขณะที่เครื่องมือทางเทคนิคบางเครื่องมือเริ่มมีสัญญาณบวก อาทิ Modified stochastic และ RSI ที่ขยับขึ้นใกล้แกน 50 ส่วน Volume ค่อนข้างทรงตัวใกล้ค่าเฉลี่ย 5 วัน โดยยังต้องพิจารณาถึงความต่อเนื่องของแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ จึงให้น้ำหนัก SET ยังแกว่งตัวผันผวน โดยมีแนวต้านที่บริเวณ 1,586 / 1,590 จุด โดยวางแนวรับไว้ที่บริเวณ 1,570 / 1,561 จุด
 
💬คำแนะนำ : 
1.) นักลงทุนระยะสั้น และ ระยะกลาง แนะนำถือรอเพื่อขายทำกำไรตามแนวต้าน / TRADING อิงกรอบแนวรับและแนวต้านที่กำหนด
2.) นักลงทุนระยะยาว ยังแนะนำถือลงทุน

เก็งกำไร
🔸BDMS
เป้าหมาย 20.30 / 20.70
แนวรับ 19.70
จุดตัด 19.30
 
🔸KBANK
เป้าหมาย  248.00 / 250.00
แนวรับ 243.00
จุดตัดขาดทุน 240.00
 
🔸ITC
เป้าหมาย 17.80 / 18.20
แนวรับ  17.30
จุดตัดขาดทุน 16.80
 
🔸AWC
เป้าหมาย 3.34 / 3.50
แนวรับ 3.14
จุดตัดขาดทุน 3.06
 
Depositary Receipts (DR)
🔸 AMD80
เป้าหมาย  3.92 / 4.04
แนวรับ 3.70
จุดตัดขาดทุน 3.62
 
#KSS #Technical #Research
KSS Research Update

Refinery (Bullish; top pick TOP TP27F=83)

Fact; ภาครัฐขอส่วนลดดีเซลหน้าโรงกลั่น 2 บาท/ลิตร ตั้งแต่วันที่ 1-30 พ.ย. 2026 ซึ่งเป็นอัตราที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วง 16 ก.ย.-31 ต.ค. 2026 ที่ขอ 4 บาท/ลิตร

https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1258176

เรามอง Positive ต่อการที่รัฐขอส่วนลดดีเซลโรงกลั่นน้อยลงเป็น 2 บาท/ลิตร เพราะ i) สะท้อนว่ารัฐดูกลไกต้นทุนของโรงกลั่น ไม่ได้ต้องการแทรกแซงจนค่าการกลั่นต่ำกว่าระดับปกติ และ ii) เป็นการขอส่วนลดที่น้อยกว่าที่เรารวมไว้ในประมาณการ (4บาท/ลิตรถึงสิ้นปี 2026F) เบื้องต้นคาดเป็น upside ต่อกำไร26F/ TP27F ของ TOP 2%/0.5%, SPRC 3%/0.6%, BCP 2%/0.9%, IRPC 8%/1.4% และ PTTGC 2%/0.3% ตามลำดับ

คงมุมมอง Bullish ต่อกลุ่มโรงกลั่น ที่ค่าการกลั่นมีแนวโน้มสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ได้ต่อเนื่องในระยะยาวจากกำลังการผลิตใหม่ที่เข้ามาต่ำกว่าการเติบโตของ demand ส่งให้ supply ตึงตัวต่อเนื่อง และมี top pick เป็น TOP (TP83) การเติบโตในระยะยาวเด่นกว่ากลุ่มจากแรงหนุนของโครงการ CFP เพิ่มปริมาณขาย 16-19% และความสามารถทำกำไรจากใช้น้ำมันดิบหนักที่ต้นทุนต่ำได้มากกว่ากลุ่ม

#Sornchai_KSS
#KSS #Research
KSS Strategist Comment : SK hynix Earnings : งบ 3Q26 ออกมา ดีกว่าคาด เป็นจิตวิทยาบวกโดยตรงต่อหุ้น Memory และหุ้นไทยบวกต่อหุ้นกลุ่มชิ้นส่วน 
 
Fact  :   SK hynix รายงานงบ 3Q26

- รายได้ 3Q26 ที่ 104.62 ล้านล้านวอน +328% y-y ดีกว่าตลาดคาด 6.5%
- กำไรดำเนินงาน 83.33 ล้านล้านวอน +632% y-y สูงกว่าคาด 8.3% (Positive Surprise)
- แรงหนุนจากความต้องการ HBM และ DDR5 สำหรับ AI Server รวมถึงราคาชิป Memory ที่เพิ่มขึ้น
- บริษัทคาด HBM4 จะกลายเป็นผลิตภัณฑ์หลักตั้งแต่ 4Q26 และมีสัญญาระยะยาวครอบคลุมกำลังผลิตกว่า 50% ในปี 2027–28
 
KSS Strategist View  ประเมิน

- ผลประกอบการ SK hynix ที่สูงกว่าคาดตอกย้ำมุมมอง AI CAPEX ยังสนับสนุนความต้องการชิปและ Data Center
- มองเป็นจิตวิทยาบวกโดยตรงต่อหุ้นต่างประเทศกลุ่ม Memory อาทิ Micron , Samsung  และหุ้นไทยจิตวิทยาบวกต่อหุ้นกลุ่มชิ้นส่วน  DELTA, HANA

#KSS#Research
KSS Strategist Comment: DELTA Update (Buy, TP27F-320) ข้อมูลที่ประชุม Opp Day เป็นกลาง-บวกอ่อนๆ
 
1. จุดดี คือ ความต้องการแข็งแกร่ง คาดการส่งมอบเร่งมากสุดของปีใน 4Q26F

2. มาร์จิ้นที่มีแรงกดดันการสำรองวัตถุดิบเพิ่มขึ้นใน 3Q26 ในช่วง 4Q26F บริษัทประเมินน่าจะทรง-ขึ้นน้อยกว่ารายได้ หนุนมาร์จิ้นฟื้น
 
 
กลยุทธ์ : คาดหุ้นระยะสั้นผันผวนในกรอบจำกัด และมีโอกาสฟื้นตัวระหว่างวัน แนวรับ (232/228) แนวต้าน (237/240) Stop Loss 227
 
#KSS #Research
❤1
KSS update: DELTA (Buy: TP Bt320)

What’s news: we still in from the conference call with the mgt but felt positive on the path of recovery. The revenue growth in 4Q26F is expected to gain momentum from the last quarter and the GPM in 4Q26F looks to improve from 3Q26 due to less effect from inventory provision and better product mix from high-yield power electro (data center). The key takeaways from conf were as follows:

i) Revenue in 4Q26F will continue to grow by double digit momentum from 3Q26F and 4Q26F revenue is expected to be the peak of the year. Thus, 40:60 revenue contribution in 1H26 and 2H26 is maintained. The demand in power electronic segment driven by the data center investment continues to be revenue growth drivers.

ii) The slower recovery in GPM in 3Q26 was mainly from the inventory provision. The inventory provision set aside in 3Q26 (from 1Q26) was from the inventory obsolete from slower demand. But it rather derived from the product delivery to its customers. This means if the company delivered the products to its customers, this provision can be reversed. But this reversion will gradually realize over the next 6 months.

iii) The price hike from the cost push is expected to take place in 1Q27. And the firm tries to pass through the rising cost to the customers next year.

Implication: accd to the company’s messages above, we maintain our estimate that 4Q26 earnings are poised to the record earnings for DELTA (about Bt10b) underpinned by rising revenue and slightly fatter GPM. We also call for the accelerating EPS growth at 51% yoy in 2027 from 42% in FY26F.

Action: DELTA is still a Buy call on the favorable risk-reward profile at this price. Earnings recovery is still right on track. The meaningful recovery is likely to be evident in 4Q26F and next year.

#Ball_KSS #KSS

#Research
⚡️KSS  Breaking News : BOT Meeting:  ผลประชุม กนง. คงดอกเบี้ยนโยบายตามคาดที่ 1.0%เท่ากับ prev.
 
#KSS#Research
KSS Strategist Comment: MPC Meeting ข้อมูลที่ประชุม กนง. เป็นกลาง - Hawkish อ่อนๆ เรื่องกนง. เน้นอยู่ที่ การใช้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อหนุนเศรษฐกิจที่ยังเป็น K-Shape และเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ แม้ปรับเพิ่ม GDP ขึ้นเล็กน้อย แต่ในอีกทางหนึ่งเริ่มให้ความเสี่ยงดอกเบี้ยต่ำนานไปต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในระยะยาว ทั้งนี้ เบื้องต้นเรามองโอกาสใช้ดอกเบี้ยต่ำยังเดินหน้าจนกว่าเศรษฐกิจจะเริ่มเห็นสัญญาณกลับมาโตใกล้ศักยภาพ ระยะสั้นคงมองหุ้นธีมลงทุนเด่น เน้นธนาคาร ชิ้นส่วนฯ


Key Ideas:

1) กนง.คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% มองเศรษฐกิจไทย
• ภาพ K-shape เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยองค์ประกอบ AI แต่ภาคบริโภคยังกดดัน


2) กนง. ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2026-27F สู่2.4% และ 2.1% vs prev. 2.3% และ 1.8%
• หลักๆ ปรับเพิ่มจากการส่งออกและลงทุน
• ประมาณการดังกล่าวยังไม่รวมผลการปรับเกณฑ์ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมใหม่


3) อีกด้านหนึ่ง กนง. เริ่มให้มุมมอง Hawkish เล็กๆ
• ผลของดอกเบี้ยต่ำต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินระยะยาว(ผลการใช้ดอกเบี้ยยาวนาน)
• ระมัดระวังขึ้นต่อสถานการณ์สงครามต่อราคาน้ำมัน


Strategy: อิงมุมมอง กนง. แม้อาจมีมุม Hawkish ขึ้นกว่า prev. เล็กน้อย แต่เราประเมินยังมีโอกาสเห็นดอกเบี้ยต่ำหนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่ยังต่ำกว่าศักยภาพต่อจนกว่าจะเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนและใกล้ศักยภาพ โดยกลุ่มเด่นยังอยู่หุ้นเชื่อมโยงภาพบวกแรงส่ง AI รวมถึงธีมลงทุน
• ชิ้นส่วน DELTA, KCE
• ธนาคาร KBANK, KTB
• นิคม WHA
• ไฟฟ้า GULF
• รับเหมา STECON, PYLON


#KSS #Research
KSS Strategist Comment: MPC Meeting ข้อมูลที่ประชุม กนง. เป็นกลาง - Hawkish อ่อนๆ เรื่องกนง. เน้นอยู่ที่ การใช้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อหนุนเศรษฐกิจที่ยังเป็น K-Shape และเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ แม้ปรับเพิ่ม GDP ขึ้นเล็กน้อย แต่ในอีกทางหนึ่งเริ่มให้ความเสี่ยงดอกเบี้ยต่ำนานไปต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในระยะยาว ทั้งนี้ เบื้องต้นเรามองโอกาสใช้ดอกเบี้ยต่ำยังเดินหน้าจนกว่าเศรษฐกิจจะเริ่มเห็นสัญญาณกลับมาโตใกล้ศักยภาพ ระยะสั้นคงมองหุ้นธีมลงทุนเด่น เน้นธนาคาร ชิ้นส่วนฯ


Key Ideas:

1) กนง.คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% มองเศรษฐกิจไทย
• ภาพ K-shape เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยองค์ประกอบ AI แต่ภาคบริโภคยังกดดัน


2) กนง. ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2026-27F สู่2.4% และ 2.1% vs prev. 2.3% และ 1.8%
• หลักๆ ปรับเพิ่มจากการส่งออกและลงทุน
• ประมาณการดังกล่าวยังไม่รวมผลการปรับเกณฑ์ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมใหม่


3) อีกด้านหนึ่ง กนง. เริ่มให้มุมมอง Hawkish เล็กๆ
• ผลของดอกเบี้ยต่ำต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินระยะยาว(ผลการใช้ดอกเบี้ยยาวนาน)
• ระมัดระวังขึ้นต่อสถานการณ์สงครามต่อราคาน้ำมัน


Strategy: อิงมุมมอง กนง. แม้อาจมีมุม Hawkish ขึ้นกว่า prev. เล็กน้อย แต่เราประเมินยังมีโอกาสเห็นดอกเบี้ยต่ำหนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่ยังต่ำกว่าศักยภาพต่อจนกว่าจะเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนและใกล้ศักยภาพ โดยกลุ่มเด่นยังอยู่หุ้นเชื่อมโยงภาพบวกแรงส่ง AI รวมถึงธีมลงทุน
• ชิ้นส่วน DELTA, KCE
• ธนาคาร KBANK, KTB
• นิคม WHA
• ไฟฟ้า GULF
• รับเหมา STECON, PYLON


#KSS #Research
❤1
🪐AST SpaceMobile | 𝐎𝐟𝐟𝐬𝐡𝐨𝐫𝐞 𝐏𝐥𝐚𝐲𝐛𝐨𝐨𝐤

❝ บริษัทเทคโนโลยีอวกาศจากสหรัฐฯ ที่สร้าง ”เครือข่ายอินเทอร์เน็ตและคลื่นมือถือจากอวกาศ“ เพื่อส่งสัญญาณจากดาวเทียมตรงเข้าสู่โทรศัพท์มือถือ ❞

📲 เปิดบัญชีลงทุนกับหลักทรัพย์กรุงศรี
👉🏻 https://www.krungsrisecurities.com/OnlineOpenAccount/Account/OpenAccount

⚠️การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

#KSS #KrungsriSecurities #Research #Offshore #AST #ASTSpaceMobile #SpaceMobile #ASTS03
KSS Alpha Espresso วันที่ 29 ต.ค. 26

ผลประชุม Fed ตามคาด x Demand AI ทางบวกหนุน

คาด SET วันนี้ “ฟื้นตัว ” แนวต้าน 1,576/1,583 จุด แนวรับ 1,560/1,555 จุด
ผลประชุม Fed วานนี้คงดอกเบี้ยที่ 3.75-4.0% ตามคาด แต่ระยะถัดไปยังมีมุมมองระมัดระวัง มุมมองเงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมายที่ 2.0% อิงราคาน้ำมันดิบที่ยืนสูง Brents 115 เหรียญฯ จากกระแสข่าวลบสหรัฐฯเตรียมโจมตีอิหร่านหลังเลือกตั้งที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สลับบวกการเจรจาผ่านตัวกลางมีความคืบหน้าบางส่วน ยังน่าจะทำให้จิตวิทยาลงทุนโดยรวมกลางและไปในทาง Selective ฝั่งเอเชียและไทยยังน่าจะพอมีมุมบวก แม้หุ้น Tech สหรัฐฯ รายงานกำไรผสมสาน Alphabet ต่ำกว่าคาด FCF ติดลบ, Microsoft ดีกว่าคาด FCF ยังประคองบวก แต่จุดบวก คือ รายได้ Cloud ทั้ง 2 บริษัทยังขยายตัวได้ดี และสูงกว่าตลาดคาด แนวโน้ม CAPEX ทรง-เร่ง ก่อนวันนี้ติดตาม Amazon ขณะที่ภายใน กนง. คงดอกเบี้ยที่ 1.0% และคาดคงต่อเนื่องจนกว่าสัญญาณเศรษฐกิจกลับมาเติบโตใกล้ศักยภาพมากขึ้น บวกกับ การปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP จากแรงส่งการลงทุนและส่งออกเชื่อมโยง AI ที่ยังมีแรงส่งต่อจาก Hyperscaler หนุนหุ้นธีมลงทุน นอกจากนี้ ฝั่งกลุ่มพลังงานขั้นกลางที่กดดันตลาดวานนี้ หลังมีความชัดเจนความเสี่ยงนโยบายรัฐฯ แล้ว อิง Energy Supply Disruption ที่ยืดเยื้อคาดเริ่มตั้งฐานฟื้นตัวกับภาพหลักอุตสาหกรรม

หุ้นธีมเด่นวันนี้

1) หุ้นธีมลงทุน ธนาคาร KTB, KBANK นิคม WHA รับเหมา STECON, PYLON ไฟฟ้า GULF, GUNKUL, WHAUP ชิ้นส่วนฯ DELTA, KCE

2) หุ้น Energy Security PTT, TOP, IVL, SCC, PTTGC

3) หุ้นคาดรายงานกำไร 3Q26F ออกมาดี PTTGC, PTT, TOP, COM7, AOT, BDMS, KCE, HANA, INSET

KSS Alpha Espresso Picks : KTB(จิตวิทยาบวกผลประชุม Fed x BOT x ธีมลงทุน) PTTGC (มูลค่าเพิ่ม JV กับ SCC+19%) INSET (กำไร 3Q26F New High)

Key Factors :

☀ (*) War/Oil น้ำมันดิบวานนี้เร่งขึ้น ก่อนเช้านี้ปรับตัวลงทรงตัวจากวานนี้ หลังกระแสสหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านหลังเลือกตั้งเพิ่มต่อเนื่อง vs ความคืบหน้าการเจรจาผ่านจตัวกลาง+ระยะสั้นกลางต่อสินทรัพย์เสี่ยง แต่อิงราคาน้ำมันดิบ YTD ราว 90.1 เหรียญฯ หนุนมุมมองบวกต่อกำไรหุ้นฝั่ง Energy Security โดยเฉพาะขั้นกลาง โรงกลั่น ปิโตรเคมีที่สะท้อนความเสี่ยงนโยบายภาครัฐฯไปแล้ว

☀ (*) FOMC Meeting: Fed คงดอกเบี้ย 3.75-4.0% มติ 10 ต่อ 2 ส่วนใหญ่รอข้อมูลเพิ้มเติม แต่ให้มุมมองระวังตามคาด มองเงินเฟ้อสูงกว่าเป้ามองเศรษฐกิจดี หลังรายงาน ตลาดส่วนใหญ่ 78.4% คาด Fed ขึ้นดอกเบี้ยในรอบประชุม ธ.ค. 26 มองเป็นกลาง

☀ (*/+)Tech 3Q26 Earnings: กำไร 3Q26 ของหุ้น Tech สหรัฐฯ Alphabet ต่ำกว่าคาด จากธุรกิจโฆษณา แต่ธุรกิจ Cloud (AI) +103%y-y แต่ FCF ติดลบ ส่วน Microsoft ดีกว่าคาด รายได้ธุรกิจส่วนใหญ่ดี Azure Cloud เด่น +48%y-y ยกเว้นโฆษณา FCF บวกจากงบลงทุนต่ำกว่าเป้า เพราะการส่งมอบของซัพพลายเออร์ล่าช้า บนภาพรายได้ Cloud ขยายตัวดี ทั้ง 2 แห่ง คง CAPEX ระดับสูง จิตวิทยาบวกต่อหุ้นธีม Infra Tech

☀ (*/+) MPC Meeting: กนง.คงดอกเบี้ยที่ 1.0% ตามคาด+ปรับเพิ่ม GDP แม้เริ่มระวังจากการใช้ดอกเบี้ยต่ำนานไปต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงิน แต่เราคาดจะเห็นคงดอกเบี้ยจนกว่าเศรษฐกิจจะมีสัญญาณกลับมาโตใกล้ศักยภาพ บวกหุ้นธีมลงทุน

☀ (*) To Monitor : 1)สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน 2) งบหุ้น Tech 29 ต.ค. Amazon, Intel 3) งบ บจ. ไทย 30 ต.ค. PTTEP


#KSS #Research
❤2
📊🔍Technical Focus 29 ตุลาคม 2569
 
คาดการณ์แนวโน้ม SET INDEX วันนี้ :  “ยังผันผวน เน้นแนวรับ 1,560 / 1,555 ขายที่แนวต้าน 1,576 / 1,583” กราฟ SET ยังแกว่งขึ้นไม่ผ่านเส้น EMA 50 วัน และย่อตัวหลุดแนวเส้นค่าเฉลี่ย EMA 5,10 วันเล็กน้อย ถึงแม้เครื่องมือทางเทคนิคบางเครื่องมือเริ่มมีสัญญาณบวก อาทิ Modified stochastic แต่เครื่องมือตัวอื่นยังค่อนข้างชะลอตัว อาทิ RSI ยังต่ำกว่าระดับ 50 และ MACD ที่ยังติดลบต่อเนื่อง ส่วน Volume ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 วันเล็กน้อย โดยยังต้องพิจารณาถึงความต่อเนื่องของแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ จึงให้น้ำหนัก SET ยังแกว่งตัวผันผวน โดยมีแนวต้านขยับลงที่บริเวณ 1,576 / 1,583 จุด โดยวางแนวรับไว้ที่บริเวณ 1,560 / 1,555 จุด
 
💬คำแนะนำ : 
1.) นักลงทุนระยะสั้น และ ระยะกลาง เน้นพิจารณาย่อซื้อตามแนวรับ / ขายทำกำไรเมื่อไม่ผ่านแนวต้านที่กำหนด
2.) นักลงทุนระยะยาว ยังแนะนำถือลงทุน
 
เก็งกำไร
🔸BBL
เป้าหมาย 189.0 / 191.0
แนวรับ 186.5
จุดตัด 185.0
 
🔸KTB
เป้าหมาย  45.00 / 46.00
แนวรับ 44.00
จุดตัดขาดทุน 43.00
 
🔸ADVANC
เป้าหมาย 340.0 / 343.0
แนวรับ  334.0
จุดตัดขาดทุน 330.0
 
🔸KCE
เป้าหมาย 74.75 / 76.50
แนวรับ 73.00
จุดตัดขาดทุน 72.00
 
Depositary Receipts (DR)
🔸 LITE80
เป้าหมาย  3.18 / 3.30
แนวรับ 3.00
จุดตัดขาดทุน 2.90
 
#KSS #Technical #Research
❤1
🟡 เก่งหลังเกมส์สรุปประเด็น SET วันที่ 29/10/2026 🟡
 
SET Index ร่วงแรง 21.50 จุด (-1.37%) ปิดที่ระดับ 1,545 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6.9 หมื่นล้านบาท (หุ้นปรับลง 339 บริษัท, ปรับขึ้น 109 บริษัท) ดัชนีปรับลงจากแรงขายหุ้นที่มีปัจจัยลบเฉพาะตัวคล้ายกับเมื่อวานที่ผ่านมานำลงโดย DELTA และ กลุ่มน้ำมันโรงกลั่น ปิโตรฯ (PTTEP, PTTGC, TOP) ส่วนกลุ่มที่ปรับขึ้นมีเพียงกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (STECON, CK)
 
หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น คือ
 
🏭PTTGC (-8.82%), TOP (-5.36%), SPRC (-4.23%) ร่วงแรงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ปัจจัยลบยังเป็นเรื่องเดิม กังวลการแทรกแซงจากภาครัฐ โดยเฉพาะคำสั่งตัดต้นทุนแฝงออกจากโครงสร้างราคาน้ำมัน นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของเราประเมินกระทบกำไรกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรในปี 2027F เฉลี่ยราว 4-16% เราคงมุมมองเดิมราคาหุ้นที่ปรับลงในช่วง 2 วันนี้สะท้อนปัจจัยเสี่ยงนี้ไปแล้ว
 
🖥️ DELTA (-4.74%), KCE (-5.44%), HANA (-3.05%) ผิดหวังงบ Alphabet ต่ำคาด, Free cash flow ติดลบมากขึ้นขณะที่ Capex รายไตรมาสต่ำคาดทั้ง Microsoft และ Alphabet สร้างความกังวลให้กับตลาดเกี่ยวกับ AI Capex Cycle ประกอบกับวันนี้หุ้น DELTA Taiwan ร่วง 4.52% ผิดหวังงบ 3Q26F เป็นจิตวิทยาลบกดดันหุ้น DELTA บ้านเรา
 
🌳WHA (+2.05%) นักวิเคราะห์เริ่มทยอย preview งบ 3Q26F โทนเป็นบวกสวนทาง AMATA ที่ชะลอตัว หนุนจากยอดโอนขายที่ดินจากนิคม ESIE 5 เร่งขึ้น ซึ่งมีราคาขายต่อไร่และให้มาร์จิ้นสูง ส่งผลบวกโดยตรงกับรายได้และกำไรในไตรมาสนี้
 
#KSS #Research
🏥Healthcare​ ปรับค่ารักษา SSO รอบใหม่​

❝ ปรับค่ารักษาประกันสังคมรอบใหม่ เพิ่มอัตราเหมาจ่ายต่อหัวราว 3.7% ราว 1,875 บาท/คน/ปี ❞

📲 เปิดบัญชีลงทุนกับหลักทรัพย์กรุงศรี
👉🏻 https://www.krungsrisecurities.com/OnlineOpenAccount/Account/OpenAccount

⚠️การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

#KSS #KrungsriSecurities #Research #Healthcare
อีกหนึ่งก้าวแห่งความภาคภูมิใจ และความสำเร็จอีกครั้งของ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน)🏆🌱
.
ขอขอบคุณตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และวารสารการเงินธนาคาร สำหรับรางวัลอันทรงเกียรติในงาน SET Awards 2026

🏆 รางวัล 𝐁𝐞𝐬𝐭 𝐒𝐞𝐜𝐮𝐫𝐢𝐭𝐢𝐞𝐬 𝐂𝐨𝐦𝐩𝐚𝐧𝐲 𝐀𝐰𝐚𝐫𝐝𝐬
กลุ่ม Business Excellence-Retail investors
.
ความสำเร็จในวันนี้เกิดขึ้นได้จากความไว้วางใจของลูกค้าทุกท่าน และความทุ่มเทของทีมงานหลักทรัพย์กรุงศรีทุกคน

ขอบคุณทุกความเชื่อมั่นที่มีให้เราเสมอมา 💛
.
#KSS #บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี #SETAwards2026 #BusinessExcellence #SustainabilityExcellence #ตลาดทุนไทย
📊🔍Technical Focus 30 ตุลาคม 2569
 
คาดการณ์แนวโน้ม SET INDEX วันนี้ :  “แกว่งตัวสร้างฐาน วางแนวรับ 1,536 / 1,532 มีแนวต้าน 1,555 / 1,564” กราฟ SET ปรับฐานลงอีกครั้ง หลังแกว่งตัวขึ้นไม่ผ่านเส้น EMA 50 วัน จึงถูกแรงขายทำกำไรเข้ากดดันต่อเนื่อง และปิดหลุดทั้งแนวเส้นค่าเฉลี่ย EMA ระยะสั้นและระยะกลางอีกครั้ง ในขณะที่สัญญาณของเครื่องมือทางเทคนิคหลายเครื่องมือกลับมามีสัญญาณที่เป็นลบ อาทิ Modified stochastic ที่ชะลอตัว, RSI ยังต่ำกว่าระดับ 50 และ MACD ที่ยังติดลบต่อเนื่อง รวมถึง Volume ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 วันต่อเนื่อง จึงให้น้ำหนัก SET อยู่ในช่วงของการแกว่งตัวสร้างฐาน โดยมีแนวต้านขยับลงที่บริเวณ 1,555 / 1,564 จุด โดยวางแนวรับไว้ที่บริเวณ 1,536 / 1,532 จุด
 
💬คำแนะนำ : 
1.) นักลงทุนระยะสั้น และ ระยะกลาง เน้นพิจารณาขายทำกำไรตามแนวต้านที่ขยับลง / WAIT AND SEE เป็นหลัก
2.) นักลงทุนระยะยาว ยังแนะนำถือลงทุน
 
เก็งกำไร
🔸AOT
เป้าหมาย 61.00 / 62.25
แนวรับ 59.50
จุดตัด 58.50
 
🔸WHA
เป้าหมาย  5.15 / 5.30
แนวรับ 4.92
จุดตัดขาดทุน 4.80
 
🔸RCL
เป้าหมาย 51.25 / 52.25
แนวรับ  49.75
จุดตัดขาดทุน 49.00
 
🔸AWC
เป้าหมาย 3.34 / 3.50
แนวรับ 3.16
จุดตัดขาดทุน 3.10
 
Depositary Receipts (DR)
🔸 JPMUS06
เป้าหมาย  3.96 / 4.00
แนวรับ 3.80
จุดตัดขาดทุน 3.74
 
#KSS #Technical #Research
KSS Alpha Espresso วันที่ 30 ต.ค. 26

AI CAPEX ไม่เห็น Upside ใหม่ ขณะที่ปัจจัยมหภาคตึงตัว

คาด SET วันนี้ “แกว่งสร้างฐานใหม่” แนวต้าน 1,564/1,572 จุด แนวรับ 1,540/1,532 จุด

จิตวิทยาลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงวันนี้ไปในทางลบ ผลประกอบการงวด 3Q26 หุ้น Tech สหรัฐฯ อาทิ AMAZON, INTEL ต่ำกว่าคาด อาจเริ่มบ่งชี้ผลกระทบเศรษฐกิจต่อการเติบโตเริ่มต่ำกว่าตลาดคาดหวังทางบวกไว้มากช่วงก่อนหน้า ขณะที่ Upside การเร่งลงทุน AI ไม่มีการปรับเพิ่มแผนลงทุนที่มีนัยฯ ใน Hyper-scaler 4 เจ้าหลัก แม้ทุกรายคงมุมมองเม็ดเงินลงทุนระยะถัดไปเร่งขึ้น คาดตลาดน่าจะ Re-pricing ใหม่ ขณะที่ปัจจัยสร้างความเสี่ยงฝั่งมหภาคยังไม่คลาย อาทิ ราคาน้ำมันยืนสูง จากการรอติดตามความไม่แน่นอนสงครามสหรัฐฯ - อิหร่าน โดยตลาดดูจะรอจุดเปลี่ยนช่วงหลังการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ 3 พ.ย. และการติดตามรายงานยอดจ้างงานสหรัฐฯปลายสัปดาห์หน้า เพื่อประเมินความเสี่ยงการส่งผ่านเงินเฟ้อและวงจรดอกเบี้ย ทำให้เม็ดเงินระยะสั้นสลับสู่ฝั่งพันธบัตร US Bond Yield 2 และ 10 ปีวานนี้ปรับลง -13 และ -5.6 bps ภาพภายในแม้ SET ปรับฐานต่อเนื่องจนมี Current Equity Risk Premium กลับมาสูงกว่า AVG + 1 S.D. ครั้งแรกตั้งแต่ต้นปี อาจจะช่วยจำกัดความผันผวนได้บ้าง แต่ตลาดยังขาดปัจจัยหนุนฟื้นตัวระยะสั้นทั้งเชิงพื้นฐานและเทคนิค ทำให้ภาพวันนี้น่าจะอยู่ในลักษณะการพยายามสร้างฐานใหม่

กลยุทธ์เลือกหุ้น

🔸1) หุ้น Defensive /กระแสเงินสดมั่นคง BDMS, BCH, AOT, GULF, ADVANC

🔸2) หุ้นคาดรายงานกำไร 3Q26F ออกมาดี, COM7, AOT, INSET, PTTGC, PTT, TOP, AWC, CRC

🔸3) หุ้น Yield อ่อนลงคลายจิตวิทยาลบ ไฟฟ้า GULF เช่าซื้อ MTC

KSS Alpha Espresso Picks :  AWC (คาดกำไร 3Q26F เด่น และต่อเนื่องช่วงฤดูกาล) BDMS (Defensive+CF มั่นคง) GULF (Yield คลายลงหนุน + CF มั่นคง)

Key Factors :

🔅    (*) War/Oil/Bond: น้ำมันดิบทรงๆ แม้มีสัญญาณการเจรจาสหรัฐฯ – อิหร่านผ่านตัวกลางโทนบวก แต่ตลาดรอท่าทีสหรัฐฯ หลังเลือกตั้งกลางเทอม ขณะที่ GDP สหรัฐฯ 3Q26 สูงกว่าคาดและเงินเฟ้อ PCE ยังขยับขึ้นแต่ตามคาด ผสาน อิทธิพลการสลับเม็ดเงินสินทรัพย์เสี่ยงปัจจัยเร่งลดลง ด้าน US Bond Yield 2 และ 10ปีวานนี้ปรับลง -13 และ -5.6 bps จิตวิทยาบวกหุ้นถูก Yield กดดัน อาทิ ไฟฟ้า เช่าซื้อ

🔅    (*/+)  SET Current EPR: SET 2 วันที่ผ่านมา ปรับลดลงต่อเนื่องจากความกังวลหลายส่วน แต่อิงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทย (TH Bond Yield 10Y) ที่ลดลงสู่ 2.09% ต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ผสานกับกำไรตลาดปี 2569 ที่ยังแข็งแกร่ง ส่งผลให้ค่า ERP พุ่งแตะ 4.4% กลับมา > AVG +1.0 S.D. ครั้งแรกตั้งแต่ต้นปี ซึ่งเริ่มจำกัดความผันผวน

🔅  (-) US 3Q26 Tech Earnings: กำไร 3Q26 ของหุ้น Tech สหรัฐฯ วานนี้ ฝั่ง AMAZON ต่ำกว่าคาด FCF จากธุรกิจโฆษณา FCF ติดลบ CAPEX คงเดิม ขณะที่ INTEL ออกมาต่ำกว่าความต้องการ PC สัปดาห์หน้ารอติดตามฝั่ง AAPL, PLTR และ AMD

🔅   (*/+) Digital GDP: BDE ประเมินเศรษฐกิจดิจิทัลไทยปี 2026F +6.2%y-y และจะเร่งตัวขึ้นเป็น +6.7% ใน 2027F เติบโตในทุกภาคส่วนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยยกเว้นบริการมือถือ  มองเป็นจิตวิทยาบวกต่อ SET การลงทุนดิจิทัล, AI ต่อยอดเร่งขึ้น บวกหุ้นธีมลงทุน

🔅  (*) To Monitor : 1)สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน 2) 3 พ.ย. เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ 3) 6 พ.ย. ยอดจ้างงานนอกภาคเกษตรฯสหรัฐฯ 3) งบหุ้น AAPL, PLTR, AMD 3) 30 ต.ค. -6 พ.ย. งบหุ้นไทย PTTEP, TRUE, ADVANC, GPSC, GULF 4) 5 พ.ย. เงินเฟ้อ CPI ไทย


#KSS #Research
❤1
🔆KSS Strategist Comment : Defensive Plays : หุ้นกลุ่ม Defensive ที่มีกระแสเงินสดมั่นคง  วันนี้แข็งกว่าตลาด SET Index -1.12%d-d   กลยุทธ์ : ระยะสั้นมองตลาดหุ้นไทยผันผวนเน้นหุ้น Defensive )/กระแสเงินสดมั่นคง  BDMS, BCH, GULF, ADVANC
 
Facts :  หุ้นกลุ่ม Defensive ที่มีกระแสเงินสดมั่นคง ฯลฯ วันนี้แข็งกว่าตลาด  อาทิ กลุ่ม ICT, กลุ่ม Healthcare , โรงไฟฟ้า อิง ADVANC +1.5%, TRUE ทรงตัว โรงไฟฟ้า GULF +0.82%, BGRIM ทรงตัว ,โรงพยายาล BH +0.76% BDMS  ทรงตัว     VS. SET Index -1.12%d-d  (แรงกดดันมาจาก แรงขายกลุ่มเดิม คือ ชิ้นส่วนนำโดย DELTA  กดดัชนี 16 จุด)
 
💭กลยุทธ์ : ระยะสั้นมองตลาดหุ้นไทยผันผวน ประเมินแนวรับ SET Index บริเวณ 1516 จุด (EMA 200 วัน), 1500 จุด (แนวรับทางจิตวิทยา)  แนะนำเน้นหุ้น Defensive )/กระแสเงินสดมั่นคง

🏢โรงพยาบาล เน้น BDMS(Buy TP27@27.50), BCH (Buy TP27@12.0)
 
✨โรงไฟฟ้า GULF(Buy TP27@77.0)
 
📹สื่อสาร ADVANC(Buy TP27@430.0),  TRUE (Buy TP27@19.
 
#KSS#Research
❤1
📊🔍Technical Focus 2 พฤศจิกายน 2569
 
คาดการณ์แนวโน้ม SET INDEX วันนี้ :  “Sideway down มีแนวรับ 1,506/1,500 แนวต้านขยับลง 1,525/1,530” กราฟ SET ปรับฐานลงต่อเนื่อง และเปิด Gap ลงทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาว EMA 200 วัน ในขณะที่สัญญาณของเครื่องมือทางเทคนิคหลายเครื่องมือกลับมามีสัญญาณที่เป็นลบต่อเนื่อง แม้จะเริ่มเข้าเขต Oversold อาทิ RSI แกว่งตัวลงที่ระดับ 30 ส่วน MACD ที่ยังติดลบต่อเนื่อง โดยที่ Volume เร่งตัวขึ้นมากกว่าค่าเฉลี่ย 5 วันเล็กน้อย จึงให้น้ำหนัก SET นังอยู่ในช่วงของการปรับฐาน และมีแรงขายกดดันบริเวณแนวต้าน 1,525 / 1,530 จุด โดยวางแนวรับไว้ที่บริเวณ 1,506 / 1,500 จุด
 
💬คำแนะนำ : 
1.) นักลงทุนระยะสั้น และ ระยะกลาง เน้น WAIT AND SEE เป็นหลัก
2.) นักลงทุนระยะยาว ยังแนะนำถือลงทุน (พิจารณาทยอยลด Position กรณีดัชนีปิดต่ำกว่า 1,500 จุด)
 
เก็งกำไร
🔸ADVANC
เป้าหมาย 343.0 / 347.0
แนวรับ 336.0
จุดตัด 333.0
 
🔸TRUE
เป้าหมาย  13.30 / 13.60
แนวรับ 12.60
จุดตัดขาดทุน 12.30
 
🔸BH
เป้าหมาย 207.0 / 214.0
แนวรับ  200.0
จุดตัดขาดทุน 197.0
 
🔸BDMS
เป้าหมาย 20.00 / 20.30
แนวรับ 19.40
จุดตัดขาดทุน 19.00
 
Depositary Receipts (DR)
🔸 CHMOBILE23
เป้าหมาย  2.74 / 2.80
แนวรับ 2.62
จุดตัดขาดทุน 2.56
 
#KSS #Technical #Research
KSS Alpha Espresso วันที่ 2 พ.ย. 26

สงครามมีสัญญาณคลาย แต่ต้องรอท่าทีสหรัฐฯจำกัดกรอบฟื้น

คาด SET วันนี้ “แกว่งสร้างฐาน” แนวต้าน 1,525/1,530 จุด แนวรับ 1,511/1,506 จุด

จิตวิทยาหุ้นฝั่ง Technology ยังไปในทางลบ แต่เราคาดภาพ Re-repricing ของหุ้นที่ผลประกอบการ 3Q26 และคาดการณ์ CAPEX ที่ไม่มีการปรับเพิ่มขึ้นต่อแล้วระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ภาพหลัก CAPEX ระยะถัดไปที่ยังคงขยายตัว ยอดส่งออกเกาหลีใต้ ต.ค. 26 ยังเด่น +93.7%y-y vs prev. +83.7% อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงหลักน้ำมันที่สูงจากสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน แม้อาจมีจุดเปลี่ยนทางบวกก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ 3 พ.ย. หลังอิหร่านเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชม. แต่ยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขสหรัฐฯต้องยอมรับหลายข้อ ทำให้ตลาดยังน่าจะรอติดตามท่าทีสหรัฐฯ โดยเฉพาะ ปธน. Trump หลังเลือกตั้งกลางเทอม ขณะที่ฝั่งไทยมีจุดดี SET ระดับ Current Equity Risk Premium กลับมาที่ 4.45% เหนือ AVG + 1.0 S.D. หนุนต่างชาติกลับมาซื้อหุ้น ส่วนภาพพื้นฐานแรงส่งหลักการลงทุนยังอยู่ในทางบวก ภาวะเศรษฐกิจ ก.ย. 26 เห็นยอดลงทุนเอกชน +55%y-y สูงสุดใน 20ปี และความชัดเจนนโยบายรัฐฯ อาทิ หลักเกณฑ์ Data Center ที่คาดทยอยต่อยอดภาพบวกดำเนินต่อ คาดประคอง SET เริ่มสร้างฐานได้  

กลยุทธ์เลือกหุ้น

🔸1) หุ้น Anti-Commodities และหุ้น Yield กดดัน อาทิ ไฟฟ้า GULF การบิน  AOT ท่องเที่ยว AWC, ERW เช่าซื้อ MTC

🔸2) หุ้นธีมลงทุน นิคม WHA ไฟฟ้า รับเหมา STECON, PYLON, INSET ธนาคาร KTB, KBANK ชิ้นส่วนฯ (ตั้งรับ) KCE, DELTA

🔸3) หุ้นคาดรายงานกำไร 3Q26F ออกมาดี BDMS, COM7, PTTGC, TOP, CRC

KSS Alpha Espresso Picks :  COM7 (เราปรับเพิ่มกำไรปี 2026-27F และมูลค่าหุ้น) KCE (โอกาสเข้า SET50+กำไร 3Q26F +66%y-y, +119%q-q) BDMS (กำไรฟื้นตัวนับจาก 3Q26F)

Key Factors :

🔅   (*/+) War/Oil: น้ำมันดิบเช้านี้พักตัวลงเฉลี่ย -1.5%  หลังอิหร่านเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชม. แม้ยังมีเงื่อนไขที่สหรัฐฯต้องยอมรับหลายข้อ แต่โดยรวมคาดได้จุดบวกราคาน้ำมันดิบที่สะท้อนความเสี่ยงล่วงหน้า  จิตวิทยาบวกสินทรัพย์เสี่ยง หุ้น Anti-Commodities และหุ้นคลายจาก Yield กดดัน อาทิ ไฟฟ้า การบิน ท่องเที่ยว เช่าซื้อ

🔅   (*/+) ERP / Fund Flows: ต่างชาติซื้อหุ้นไทยวันศุกร์ราว +31.7 ล้านเหรียญฯ แม้ภาวะลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงผันผวน สอดรับภาพเราประเมิน SET กลับมาอยู่ในโซนลงทุน Equity Risk Premium (ERP) > AVG+1.0 S.D. และสะท้อนภาพเริ่มเห็นเม็ดเงินลงทุนกลาง-ยาวสลับมาสะสม และการมีหุ้น Value สูง จิตวิทยาบวกหุ้น Large-Big Cap

🔅   (+) TH Econ: BOT รายงานเศรษฐกิจไทย ก.ย. 26 การลงทุนเอกชน +55%y-y สูงสุดในรอบ 20ปี หนุนงวด 3Q26 องค์ประกอบดังกล่าวเติบโต +27.5%y-y เร่งจาก 2Q26 ที่ +12.7% ลุ้น GDP 3Q26F Surprise บวก จิตวิทยาบวก SET และหุ้นธีมลงทุน

🔅   (*/-)  Tech: กระแสหุ้น Tech ยังไปในทางลบ อาทิ META ถูกลด Outlook อันดับเครดิต Anthropic อาจไม่ได้รับจัดอันดับอยู่ใน Investment Grade แต่จุดดีหุ้นในห่วงโซ่อุปทานสะท้อนความกังวลหลายส่วนระดับหนึ่ง คาดหุ้นเริ่มสร้างฐาน โดยเรามองบวกต่อภาพ CAPEX ช่วงถัดไปที่ยังคงเป็นภาพเพิ่มขึ้นตามความต้องการที่ยังเติบโตดี

🔅  (*) To Monitor : 1)สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน 2) 3 พ.ย. เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ 3) 6 พ.ย. ยอดจ้างงานนอกภาคเกษตรฯสหรัฐฯ 3) 2-6 พ.ย. งบหุ้น AAPL, PLTR, AMD 3) 2 -6 พ.ย. งบหุ้นไทย TRUE, ADVANC, GPSC, GULF 4) 5 พ.ย. เงินเฟ้อ CPI ไทย

#KSS #Research
❤1